รอบชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับโครเอเชียนั้นสนุกสุดๆ

17/08/2018 admin

รอบชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับโครเอเชียนั้นสนุกสุดๆ
รอบชิงชนะเลิศระหว่างทีมชาติฝรั่งเศสกับโครเอเชียได้เริ่มเกมส์ครึ่งหลัง โครเอเชียเปิดเกมเร็วเข้าใส่ฝรั่งเศสหลายครั้งมีโอกาสยิงหลายรอบ ฝรั่งเศสใช้ความเร็วจาก เอ็มบัปเป ลากบอลจากริมเส้นกราบซ้ายเข้ากรอบเขตโทษ แต่ ดานิเยล ซูบาซิซ นายทวารโครแอตสกัดลูกอันตรายไว้ได้ฉิวเฉียด จังหวะเกมกำลังดุเดือด แฟนบอลจำนวนหนึ่งก็สร้างความปั่นป่วนวิ่งลงมาในสนาม ต้องให้เจ้าหน้าที่ต้องหยุดเกมไล่จับตัวกันให้วุ่นวายก่อนเกมจะดำเนินต่อไป ฝรั่งเศสปรับทัพ ส่ง สตีเวน เอ็นซงซี แทน เอ็นโกโล ก็องเต ถึงนาที 59 ด้วย ความเร็วจากเกมโต้กลับของฝรั่งเศส ด้วยการโยนยาวไปให้เอ็มบัปเป ลากเข้ารอบโทษ ก่อนบอลโดนสกัดมาเข้าทาง ปอล ป๊อกบา ที่เติมมาแถวสองหวดด้วยซ้ายตุงตาข่ายกลายเป็นประตูให้ฝรั่งเศส หนีห่างเป็น 3-1 ทิ้งห่างเพียงหกนาทีถัดมา ด้วยเกมรุกอย่างหนักเป็นระลอกของฝรั่งเศส เอ็มบัปเป ได้บอลหน้าเส้นกระโหลกก่อนสับไกยิงไม่เหลือซาก ย้ำชัยให้ ฝรั่งเศส หนีห่างเป็น 4-1 ประตู นาทีถัดเมา ฝรั่งเศสประมาท จากจังหวะ  ส่งบอลคืนกลับหลังให้ผู้รักษาประตู มาริโอ มานด์ซูคิซ ขยันวิ่งตามเข้าไปชาร์จบอล อูโก โยริส นายทวารตราไก่แตะบอลคิดจะหลอก ทว่ามานด์ซูคิซ ไม่หลงตามสกิดบอลเข้าประตูกลายเป็นสกอร์ให้ โครเอเชีย มีฮึดไล่ขึ้นมา 2-4 ประตู จากนั้นต่างฝ่ายทำอะไรเพิ่มไม่ได้ จบเกม ฝรั่งเศส เอาชนะ โครเอเชีย 4-2 ประตู คว้าแชมป์โลกไปครองสมใจ กลายเป็นแชมป์โลกสมัยที่สองของทีมตราไก่ ครบรอบ 20 ปี พอดี หลังจากเคยคว้าแชมป์มาแล้วในปี 1998  และ ดิดิเยร์ เดส์ชองส์ ผู้จัดการทีมซึ่งยังคงเป็น คนที่สามของโลกที่คว้าแชมป์เวิลด์คัพ ทั้งตอนที่ตนเองเป็นนักเตะ และ ผู้จัดการทีม ต่อจาก มาริโอ ซากัลโล ของบราซิล และ ฟรานซ์ เบ๊กเค่นบาวร์ ของเยอรมนี

Leave Comment